EP-11 “เนื้อสะเต๊ะ” นุ่มละมุนลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ ร้านอาหารอิสลามใกล้ฉัน

Last updated: 2021-04-27  |  244 จำนวนผู้เข้าชม  | 

EP-11 “เนื้อสะเต๊ะ” นุ่มละมุนลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ ร้านอาหารอิสลามใกล้ฉัน

สำหรับคนที่งด ลด เลิก ทานเนื้อวัว ต้องบอกว่าคุณพลาดมากๆ ครับ เพราะ “เนื้อวัว” จัดว่าเป็นแหล่งของสารอาหารโดยเฉพาะ “โปรตีน” ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม เนื่องจากมีกรดอะมิโนจำเป็นสำหรับใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกาย และเพื่อใช้ในการพัฒนาสมองอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของสารอาหารอื่นๆ อีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, วิตามินอี, วิตามินดี และธาตุเหล็ก อีกด้วย นอกจากนี้ เนื้อวัวยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูที่หลายคนชื่นชอบอย่าง “เนื้อสะเต๊ะ” เป็นต้น

สารอาหารและวิตามินแร่ธาตุในเนื้อวัวมีอะไรบ้าง?

โปรตีน : โปรตีนในเนื้อวัวส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งให้ปริมาณโปรตีนมาก โดยเนื้อวัวดิบมีปริมาณโปรตีน 20.3 กรัมต่อ 100 กรัมของส่วนที่บริโภคได้

ไขมัน :
สำหรับไขมันในเนื้อวัวนั้นจะมีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเป็นชิ้นส่วนใด โดยพบว่าเนื้อวัวส่วนสันในมีปริมาณไขมันร้อยละ 3.26

คาร์โบไฮเดรต :
ในเนื้อวัว (รวมถึงเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ) จะมีคาร์โบไฮเดรตอยู่เพียงร้อยละ 1 หรือน้อยกว่า โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไกลโคเจนและกรดแลคติก ซึ่งไกลโคเจนสะสมอยู่ในตับเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเนื้อสัตว์จึงมีปริมาณไกลโคเจนต่ำมาก


วิตามินบี 12 :
เนื้อสัตว์ เป็นแหล่งอาหารเพียงชนิดเดียวที่ให้วิตามินบี 12 ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเลือด รวมถึงการทำงานของระบบประสาทและสมอง


ไนอาซิน :
ในเนื้อวัวมีวิตามิน บี 3 หรือไนอาซิน โดยมีการศึกษาทางการแพทย์พบความเชื่อมโยงว่า ถ้าในร่างกายมีปริมาณไนอาซินต่ำ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น

วิตามินบี 6 :
ในเนื้อวัวประกอบด้วยวิตามินบี 6 ซึ่งเป็นกลุ่มวิตามินบีที่สำคัญสำหรับการสร้างเม็ดเลือด

สังกะสี :
เนื้อวัว อุดมไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย รวมถึงซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายส่วนที่สึกหรอ

ซีลีเนียม :
เนื้อสัตว์ ถือว่าเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยซีลีเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีหน้าที่หลากหลายในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์สำคัญหลายชนิด ช่วยต้านอนุมูลอิสระโดยทำงานร่วมกับวิตามินอี

เหล็ก :
ในเนื้อวัวจะพบธาตุเหล็กในปริมาณสูง ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของฮีม (Heme) ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้

ฟอสฟอรัส :
เป็นสารอาหารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของร่างกายรวมถึงซ่อมแซมฟื้นฟูและบำรุงรักษา

ครีเอทีน :
พบได้มากในเนื้อสัตว์ โดยครีเอทีนทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับกล้ามเนื้อ ดังนั้นครีเอทีนจึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเพาะกาย

ทอรีน :
พบในเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ ทอรีนเป็นกรดอะมิโนที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ร่างกายสามารถผลิตได้เอง และมีความสำคัญต่อการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ

กลูตาไธโอน :
กลูตาไธโอน พบได้มากในเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะในเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้ามากกว่าเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช

( อันนี้ Request พิเศษ บังทำ Pack สูญญากาศขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศ )

 

เนื้อวัว กับประโยชน์ต่อสุขภาพ

การที่ “เนื้อวัว” อุดมไปด้วยโปรตีนที่มีคุณภาพสูง อีกทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย ส่งผลให้ “เนื้อวัว”  มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

1. ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ

เนื้อวัวเป็นแหล่งของโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งคนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ มักบริโภคโปรตีนที่มีคุณภาพสูงไม่เพียงพอ และอาจส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสมรรถภาพทางกายลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย ซึ่งภาวะนี้เป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงในผู้สูงอายุ แต่สามารถป้องกันหรือชะลอได้ ด้วยการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและทานอาหารเพื่อเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย โดยแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุดคืออาหารที่ได้จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ปลา และผลิตภัณฑ์นม ซึ่งการบริโภคเนื้อวัว มีส่วนช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยได้ครับ

2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกาย

คาร์โนซีน คือ ไดเปบไทด์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พบได้ในกล้ามเนื้อ หัวใจ สมอง และเนื้อเยื่อที่มีเส้นประสาทอื่นๆ มีส่วนสำคัญสำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยคาร์โนซีนถูกสร้างขึ้นในร่างกายจากเบต้า อะลานีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนในอาหารที่พบมากในปลาและเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว โดยจากการศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างระดับความเข้มข้นของคาร์โนซีนกับกล้ามเนื้อในร่างกายของมนุษย์ หากมีคาร์โนซีนในระดับความเข้มข้นสูง จะช่วยลดความเมื่อยล้าของร่างกาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระหว่างการออกกำลังกายได้ครับ

3. ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

เนื้อวัว เป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของธาตุเหล็กในรูปฮีม (heme-iron) ที่พบเฉพาะในอาหารที่ได้จากสัตว์ ธาตุเหล็กในรูปฮีมจะถูกดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่ไม่ได้อยู่ในรูปฮีม ชนิดที่พบได้ในอาหารจากพืชผัก นอกจากนั้น เนื้อสัตว์ยังช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กที่อยู่ในส่วนประกอบอาหารอื่นๆ ได้ พูดง่ายๆ ก็คือการบริโภคเนื้อสัตว์ เป็นหนึ่งในวิธีป้องกันภาวะโลหิตจางได้

มารู้จัก “เนื้อสะเต๊ะ” กันดีกว่า

สะเต๊ะ เป็นอาหารชนิดหนึ่งซึ่งทำจากเนื้อที่หั่นบางๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ เนื้อปลา ฯลฯ เสียบด้วยไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ แล้วนำไปย่างบนเตา จนมีสีเหลือง หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและน้ำจิ้มที่มีรสจัดจ้าน แตกต่างกันออกไปในแต่ละสูตร

ความจริงแล้ว สะเต๊ะ มีจุดกำเนิดมาจากเกาะชวาหรือเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซียครับ และยังได้รับความนิยมในประเทศอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศไทยเรา ซึ่งว่ากันว่าสะเต๊ะของอินโดนีเซียอาจได้รับอิทธิพลจากคาบับที่เป็นอาหารพื้นเมืองของอินเดียภาคเหนือ

สะเต๊ะตำรับดั้งเดิมของชาวตุรกีเป็นเนื้อแพะหั่นเป็นชิ้น หมักแล้วเสียบเหล็กแหลมย่างไฟ จากนั้นชาวเปอร์เซียและชาวอินเดียรับมาดัดแปลง ใช้เนื้อบดหรือเนื้อทั้งชิ้น จะเสียบหรือไม่เสียบไม้ก็ได้ เมื่อแพร่หลายมาถึงมลายู-ชวาจึงกลายเป็นสะเต๊ะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน 

สำหรับ “เนื้อสะเต๊ะ” เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ถูกอกถูกใจคนชอบทานเนื้อวัว โดยจะเลือกตรงส่วนของเนื้อสันสวยๆ หรือเนื้อส่วนสะโพกซึ่งมีความเหนียวนุ่ม นำมาแล่เป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ หมักกับเครื่องปรุงรสต่างๆ อาจใช้นมข้นจืด ซีอิ๊วขาว กะทิ น้ำตาลทราย โยเกิร์ต รวมถึงใส่เครื่องเทศเครื่องสมุนไพรลงไปด้วย เช่น ตะไคร้ ผงกระหรี่ ขมิ้นผง ยี่หร่า ลูกผักชี จากนั้นนวดคลุกเคล้าให้เข้ากันดี หมักทิ้งไว้จนเข้าเนื้อ เสียบไม้แล้วนำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ จนสุกหอมกรุ่น สีเหลืองอร่าม รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม แถมยังนุ่มละมุนลิ้นมากอีกด้วย ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ด ขนมปังกรอบๆ และอาจาด รับรองว่าอร่อยเข้ากันอย่าบอกใคร อีกทั้งยังนุ่มละมุนลิ้น หอมกลิ่นเครื่องเทศอีกด้วยครับ 

ทั้งนี้ เนื้อสะเต๊ะ 10 ไม้ หรือประมาณ 150 กรัม ให้พลังงานประมาณ 360 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเมื่อเทียบกับพลังงานที่เราต้องการในแต่ละวันอยู่ที่ 1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี่ ก็ถือว่ายังน้อยครับ 

สำหรับใครที่อยากลิ้มลอง เนื้อสะเต๊ะสูตรอิสลาม ฮาลาลแท้ๆ เชิญแวะกันไปได้ที่ ไพเรท ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ (ร้านมุสลิม - HALAL) ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ตั้งอยู่บนเนื้อที่เกือบๆ 4 ไร่ บรรยากาศร่มรื่นปกคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด และมีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย ร้านตั้งอยู่ในซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 16 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ

เราเป็นร้านอาหารอิสลามร้านเดียวในละแวกนี้ที่คุณสามารถทานเนื้อสะเต๊ะได้แต่เช้าตรู่ ร้านของฉันเปิดขายนื้อสะเต๊ะตั้งแต่  6.00 น. เป็นต้นไป

ที่ร้านของเราคุณสามารถเข้าออกได้หลายทางอยู้่ใกล้กับ มนตรี สตูดิโอ และ โรงเรียนนานาชาตินีว่า...วันนี้คิดไม่ออกว่าอยากกินอะไร หรืออยากกินอาหารอิสลามเมนูไหน โทรศัพท์เข้าไปสอบถามกันได้ที่เบอร์ 089 158 5150 นะค้าบบ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
- https://www.bangkokjerky.com/beef-nutrition-facts-and-health-effects/
- https://www.lovefitt.com/calories/พลังงานในเนื้อสัตว์/
- https://th.wikipedia.org/wiki/สะเต๊ะ

Powered by MakeWebEasy.com